สรุปเนื้อหาบทความ

• เปรียบเทียบความคุ้มค่าของรถบรรทุกไฟฟ้า และรถบรรทุกน้ำมัน รถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่น้อยกว่า ยิ่งระยะทางเฉลี่ยต่อวันเยอะ ส่วนต่างค่าใช้จ่ายรายเดือนก็ยิ่งมากขึ้น

• วิ่งรถระยะวิ่ง 400 กม./วัน หรือ หรือ 12,000 กม./เดือน รถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่น้อยกว่ารถบรรทุกน้ำมัน ถึง 10,657 บาท/เดือน

• รถบรรทุกไฟฟ้าได้เปรียบเรื่อง ค่าใช้จ่ายต่อเดือน และสิ่งแวดล้อมที่ปล่อยมลพิษทางอากาศและทางเสียงที่น้อยกว่า

• รถบรรทุกไฟฟ้ามีจุดที่ต้องพิจารณาเพิ่ม นั่นคือเรื่องระยะในการวิ่งต่อรอบการชาร์จ ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่สูงหากมีการเสียหาย และอาจต้องลงทุนในแท่นชาร์จเพิ่มหากรถบรรทุกไม่ได้ขับขี่บนถนนเส้นทางหลัก

เปรียบเทียบความคุ้มค่า รถบรรทุกน้ำมันและรถบรรทุกไฟฟ้า

น้ำมัน เป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญสำหรับธุรกิจ ยิ่งกับธุรกิจขนส่ง ที่ต้องใช้รถบรรทุกในการขนย้ายสินค้าตลอดเวลา การต้องจ่ายค่าน้ำมันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งราคาน้ำมันก็ขึ้นลงตามราคาตลาดโลกอีกด้วย การเข้ามาของรถบรรทุกไฟฟ้า จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจของคุณ แล้วรถบรรทุกไฟฟ้าดีจริงมั้ย? น่าสนใจจริงหรือเปล่า คุ้มแล้วหรือยังกับการซื้อมาใช้ในธุรกิจ

ราคารถบรรทุก ค่าน้ำมัน และค่าไฟฟ้า

เริ่มจากส่วนแรก เปรียบเทียบราคาของรถบรรทุกน้ำมันและรถบรรทุกไฟฟ้า โดยรถบรรทุกที่นำมาเป็นตัวอย่างคือ

รถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลางเราจะแสดงอัตราสิ้นเปลืองเบื้องต้นของรถทั้ง 2 ชนิด เพื่อเทียบกันให้เห็นภาพ

รถบรรทุกน้ำมัน ราคาคันละ 1,590,000 บาท

รถบรรทุกไฟฟ้า  ราคาคันละ 2,189,000 บาท

ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรถบรรทุกน้ำมันและรถบรรทุกไฟฟ้า

ราคารถและอัตราการใช้เชื้อเพลิง/พลังงาน

รายการหน่วยรถบรรทุกน้ำมันรถบรรทุกไฟฟ้า
ราคารถบาท1,590,0002,189,000
ค่าลีสซิ่งรายเดือน (ระยะเวลา 5 ปี)บาท/เดือน29,68040,861
อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลิตร/กม.0.098
อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานkWh*/กม.0.45
ค่าน้ำมันดีเซลบาท/ลิตร30.94
ค่าไฟฟ้า low priority**บาท/หน่วย2.92
ค่าเชื้อเพลิง/พลังงานบาท/กม.3.031.31
*kWh = กิโลวัตต์-ชั่วโมง
**ค่าไฟฟ้า low priority = ค่าไฟสำหรับสถานีชาร์จ สามารถปรับแรงดันไฟฟ้าขึ้นลงได้ เมื่อได้รับแจ้งจากการไฟฟ้า

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนรถบรรทุกน้ำมัน

ระยะทางวิ่งหน่วยค่าลีสซิ่งค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้ารวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ระยะทางวิ่ง 400 กม./วัน หรือ 12,000 กม./เดือนบาท/เดือน29,68036,36066,040
ระยะทางวิ่ง 300 กม./วัน หรือ 9,000 กม./เดือนบาท/เดือน29,68027,27056,950
ระยะทางวิ่ง 200 กม./วัน หรือ 6,000 กม./เดือนบาท/เดือน29,68018,18047,860

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนรถบรรทุกไฟฟ้า

ระยะทางวิ่งหน่วยค่าลีสซิ่งค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้ารวมค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ระยะทางวิ่ง 400 กม./วัน หรือ 12,000 กม./เดือนบาท/เดือน40,86115,72056,581
ระยะทางวิ่ง 300 กม./วัน หรือ 9,000 กม./เดือนบาท/เดือน40,86111,79052,651
ระยะทางวิ่ง 200 กม./วัน หรือ 6,000 กม./เดือนบาท/เดือน40,8617,86048,721

ส่วนต่างค่าใช้จ่ายต่อเดือน

ระยะทางวิ่งหน่วยรวมค่าใช้จ่ายต่อเดือนรถบรรทุกน้ำมันรวมค่าใช้จ่ายต่อเดือนรถบรรทุกไฟฟ้าส่วนต่าง
ระยะทางวิ่ง 400 กม./วัน หรือ 12,000 กม./เดือนบาท/เดือน66,04056,5819,459
ระยะทางวิ่ง 300 กม./วัน หรือ 9,000 กม./เดือนบาท/เดือน56,95052,6514,299
ระยะทางวิ่ง 200 กม./วัน หรือ 6,000 กม./เดือนบาท/เดือน47,86048,721-861
*เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของรถ 6 ล้อขนาดกลางเท่านั้น ราคารถ ค่าลีสซิ่ง ค่าน้ำมัน
และค่าพลังงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามรุ่นรถ ราคาพลังงาน และการใช้งาน

จากตารางจะเห็นได้ว่า ราคาของรถบรรทุกไฟฟ้า มีราคาสูงกว่ารถบรรทุกน้ำมันถึง 599,000 บาท หากลีสซิ่งเป็นเวลา 5 ปีส่วนต่างจะตกเดือนละ 11,181 บาท

แต่เมื่อนำไปรวมกับค่าน้ำมันและค่าพลังงานจะมีส่วนต่างค่าใช้จ่ายต่อเดือนดังนี้

วิ่งรถระยะวิ่ง 400 กม./วัน หรือ หรือ 12,000 กม./เดือน รถบรรทุกน้ำมันมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 66,040 บาท/เดือน รถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 56,581 บาท/เดือน ซึ่งรถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าตกเดือนละ 9,459 บาท/เดือน

วิ่งรถระยะวิ่ง 300 กม./วัน หรือ 9,000 กม./เดือน รถบรรทุกน้ำมันมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 56,950  บาท/เดือน รถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 52,651 บาท/เดือน ซึ่งรถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าตกเดือนละ 4,299 บาท/เดือน

วิ่งรถระยะวิ่ง 200 กม./วัน หรือ 6,000 กม./เดือน รถบรรทุกน้ำมันมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 47,860  บาท/เดือน รถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายต่อเดือน 48,721 บาท/เดือน ซึ่งรถบรรทุกไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายมากกว่าตกเดือนละ 861 บาท/เดือน

ส่วนต่างที่มากที่สุด จะอยู่ที่ระยะวิ่ง 400 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งส่วนต่างอยู่ที่ 10,657 บาท/เดือน

และส่วนต่างที่น้อยที่สุด จะอยู่ที่ระยะวิ่ง 200 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งส่วนต่างอยู่ที่ 861 บาท/เดือน

จะเห็นได้ว่า หากเทียบกันในระยะยาว รถบรรทุกไฟฟ้ามีความน่าสนใจในการใช้งานมาทีเดียว ยิ่งขับเยอะ ก็ยิ่งคุ้มค่า แต่นี่เป็นเพียงค่าใช้จ่ายด้านราคาของรถบรรทุก และค่าน้ำมัน/พลังงานเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องคำนวณให้ดีว่ารถบรรทุกไฟฟ้าเหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่

แล้วรถบรรทุกไฟฟ้าดีจริงมั้ย? เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือเปล่า?

จุดเด่นของรถบรรทุกไฟฟ้าคือช่วยลดต้นทุนทางด้านค่าเชื้อเพลิง/พลังงาน ที่หากวิ่งระยะทางเยอะ ค่าเชื้อเพลิง/พลังงาน ยิ่งมีความคุ้มค่า แต่ก็ยังมีหลายข้อที่ให้คุณพิจารณาก่อนนำไปใช้ในธุรกิจให้เหมาะสม

1.รถบรรทุกไฟฟ้าได้เปรียบเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะรถบรรทุกไฟฟ้าไม่ปล่อยมลพิษออกมาทั้งทางอากาศและทางเสียง จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องส่งออกสินค้า ไปยังสหภาพยุโรปซึ่งมีมาตรการ CBAM คอยควบคุมอยู่

2.ระยะวิ่งที่ทำได้ต่อการชาร์จของรถบรรทุกไฟฟ้ายังมีระยะการขับขี่ที่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเทียบกับรถบรรทุกน้ำมัน แต่กรมขนส่งทางบกได้กำหนดให้การขับรถบรรทุกเมื่อขับครบกำหนดทุก 4 ชั่วโมง ต้องมีการจอดพัก 30 นาที ทำให้ระหว่างพักรถ สามารถเติมพลังงานให้กับรถบรรทุกไฟฟ้า ลดข้อเสียเปรียบด้านระยะทางที่ทำได้

3.จุดชาร์จแบตเตอรี่ ปัจจุบันจุดชาร์จมีเพิ่มมากขึ้นกว่า 1,400 จุดทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางการขับขี่หลักไว้หมดแล้ว แต่หากมีการใช้รถนอกเหนือเส้นทางหลัก คุณอาจต้องติดตั้งจุดชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มในพื้นที่ของคุณในภายหลัง

4.แบตเตอรี่ของรถบรรทุกไฟฟ้า มีราคาสูง ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุจนแบตเตอรี่เสียหาย การเปลี่ยนแบตเตอรี่บางยี่ห้อ 1 ครั้ง อาจมีราคาเกือบครึ่งของรถบรรทุกไฟฟ้า จึงต้องระมัดระวังการขับขี่ที่มากกว่าปกติ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวรถและแบตเตอรี่

สรุป

จากจุดพิจารณาที่กล่าวมา รถบรรทุกไฟฟ้าจึงเหมาะกับธุรกิจที่มีการขนส่งจากจุดหนึ่งในเส้นทางถนนทางหลวงเป็นหลัก ซึ่งได้เปรียบรถบรรทุกน้ำมันในด้านค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้า ที่มีราคาถูกกว่าค่าน้ำมัน รวมถึงจุดเด่นด้านลดการปล่อยมลพิษ การใช้รถบรรทุกไฟฟ้าอาจต้องคำนวณระยะเวลาชาร์จต่อรอบ วางแผนเส้นทางในการขับขี่ให้ครอบคลุมก่อนการเดินทาง

หากรถบรรทุกไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ

ไทยโอริกซ์เราให้บริการด้านลีสซิ่ง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ Nex, Thai EV, CP Foton หรืออื่นๆ เราสามารถทำสินเชื่อลีสซิ่ง ด้วยบริการที่ยืดหยุ่นสามารถปรับให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ทุกรูปแบบ

ไม่เพียงแต่รถบรรทุกไฟฟ้า แต่ยังมีรถบรรทุกน้ำมัน รถยนต์ เครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือแผงโซลาร์เซลล์ ที่เราพร้อมให้บริการสินเชื่อลีสซิ่ง ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน 40 กว่าปี ในประเทศไทย และยังเป็นเจ้าเดียวที่ให้บริการสินทรัพย์ลีสซิ่งที่หลากหลายและครบวงจรที่สุด สามารถติดต่อได้ที่ เบอร์ 02-792-4500

WRITTEN BY

Khammawat.T

แชร์บทความนี้
แชร์บทความนี้